อดีตศัลยแพทย์ ผวาช่วยคดี แตงโม จนเจอตอ บอกถ้ารู้ก่อนจะไม่เข้ามายุ่ง

อดีตศัลยแพทย์ ผวาช่วยคดี แตงโม จนเจอตอ บอกถ้ารู้ก่อนจะไม่เข้ามายุ่ง

พ.อ.นพ. ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นอีกหนึ่งคนที่เริ่มออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับคดีของ แตงโม

โดยก่อนหน้านี้ พ.อ.นพ. ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากนัก แต่พอได้ไปรู้ความจริงบางอย่างในคดีของ แตงโม เข้า ก็เลยอยู่เฉยไม่ได้ พร้อมประกาศสู้สุดตัวจนกว่าความจริงในเรื่องนี้จะปรากฏ ทำให้หลังๆเจ้าตัวก็จัดหนักจัดเต็มแบบรัวๆไม่มีแผ่ว เพื่อตีแผ่ความจริงของบาดแผลบนร่างของแตงโม ในฐานะแพทย์ที่ทำงานด้านนี้มานานหลายสิบปี

และล่าสุดดูเหมือนจะมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ เพราะเจ้าตัวได้เดินหน้าทดลองใช้อาวุธที่เรียกว่า มีดพับ K2 เพื่อทดสอบบางอย่างกับเนื้อหมูที่ลักษณะคล้ายกับขาของมนุษย์

แถมได้เปิดคลิปของคนบนเรือที่มีท่าทางเหมือนกำลังใช้อาวุธนี้อยู่ พร้อมกับทำคลิปทดลองขึ้นมาว่าหากใช้อาวุธชนิดนี้ก็มีท่าทางเหมือนกันเป๊ะๆ ซึ่ง พ.อ.นพ. ธวัชชัย ก็ได้เขียนแคปชั่นไว้ว่า อย่าให้ฉันต้องสงสัยจนนานเกินไป เธอช่วยตอบได้ไหม ไม่เหมือนฉันตรงไหน ให้เอาปากกามาวง

กรีดลากยาวเพียงครั้งเดียว จากบนลงล่าง เป้าหมาย: แผลยาว 26 cm, ลึกสุดตรงกลาง 4.5 cm, มุมบน มุมล่างลึก 1.5 cm, แผลกว้าง 7 cm ผลลัพธ์: แผลยาว 26 cm, ลึกสุดตรงกลาง 4 cm, มุมบน มุมล่างลึก 2 cm, แผลกว้าง 3-7 cm ขึ้นกับการวาง เพราะเนื้อสุกร เผละ ย้วย และลื่น ไม่กระชับเหมือนเนื้อมนุษย์เนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ลองใช้มีดยุทธวิธีกับเนื้อสุกร หากฝึกหัด 2-3 ครั้ง สามารถสร้างแผลได้เหมือนเป้าหมายยิ่งขึ้น มีดคมมาก ขอบแผลเรียบกริบ เนื้อแต่ละชั้น (skin, subcutaneous tissue, fat, muscle) มีลักษณะลงรอยกัน

ด้วยเหตุนี้ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวไปเจออะไรเข้าไหม เพราะนอกจากเรื่องการทดลองนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ พ.อ.นพ. ธวัชชัย ก็ยังเป็นผู้เผยเรื่องที่นิติเวชมีการขโมยร่างของแตงโมมาทำการทำลองกับใบพัดเรือด้วย โดยวันนี้ (19 พฤษภาคม 2565) คุณหมอได้โพสต์ข้อความแปลกลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

บาดแผลเพิ่มมาได้อย่างไร ผบ.สถาบันนิติเวช แถลงว่า ตรวจบาดแผลครั้งแรก 26 ก.พ. พบว่า มีแผลทั้งหมด 26 แผล และไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขนี้อีกเลย เรื่อง 11 บาดแผลนั้น ตนไม่ทราบจริงๆว่าเป็นข้อมูลจากแหล่งใด

นิติเวชแถลงผลการชันสูตรครั้งแรก 14 มี.ค. ให้ข่าวสื่อมวลชนว่า แผลขนาดใหญ่ที่ต้นขา ระบุได้แค่ว่าเกิดจากของมีคม แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดจากใบพัดเรือหรือไม่ หลังจากนั้นสื่อมวลชนเกือบทุกสำนักลงข่าวทำนองเดียวกันว่า มี 11 แผล แผลใหญ่เกิดจากวัตถุกึ่งมีคม

4 มี.ค. ทีมแพทย์นิติเวช (แพทย์ 1, ผู้ช่วยแพทย์ 1, ช่างภาพ 2 ) ได้ทำการทดลองเปรียบเทียบใบพัดเรือวัตถุพยานกับบาดแผล (ขวา 5 ซ้าย 8 )

22 มี.ค. ชันสูตรครั้งที่สอง ซึ่งเลขา รมต.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า คือวันที่มีการประชุม ผมก็ได้ยิน คุณหมอที่อยู่ในห้องอีกเป็นสิบสิบชีวิต ผมว่าในห้องนั้นเกือบ 20 คน ก็ได้ยินชัดว่า บาดแผลในเวลานั้นมีจำนวนทั้งสิ้น ประมาณ 11 แผล หรือมากกว่านั้น แต่ไม่ถึง 20 แผลแน่ๆ แต่ว่าไม่ได้เห็นในรายงานน่ะ เพราะว่าท่าน (หมอนิติเวช) พูดในที่ประชุม หลังจากนั้นก็ได้ไปห้องผ่าพิสูจน์ในตอนบ่าย ซึ่งผลการชันสูตรครั้งที่สอง มี 22 แผล และ ก็ได้ทำรายงานผลการชันสูตร

อนึ่งสายลับโรมานอฟ แอบสืบมาว่า

ไม่ได้แจ้งให้กรรมการชันสูตรครั้งที่สองทราบ เรื่องได้มีการทดสอบใบพัดเรือกับร่าง หรือ บาดแผลใหญ่ต้นขาขวาเข้าได้กับใบพัดเรือ แต่ประการใด

ไม่ได้บอกให้กรรมการทราบว่ามีทั้งหมด 26 แผล พูดให้ฟังแค่ 11 แผล พอตอนบ่ายกรรมการไปชันสูตรนับดูได้ 22 แผล ที่จริงยังมีรอยก้างปลาเล็กๆอีก ที่ต้นขาขวาขวาด้านนอก แต่หมอขอให้ไม่ต้องนับ

หลังจากการชันสูตรครั้งที่สอง ก็ไม่ได้มีการชันสูตรอีก แล้วยึดตัวเลข 26 แผล ไม่ได้ปรับแก้ตามรายงานกรรมการ

มีการส่งข้อมูลไปให้ ตำรวจภาค 1 ว่า มี 26 แผล แผลใหญ่เย็บแล้วเป็นรูปตัวเอส เข้าได้กับใบพัดเรือ คล้ายกับแผลชาวต่างประเทศ เล่ามาถึงตอนนี้ คงรู้แล้ว ว่าทำไม แผลจาก 11 กลายเป็น 22 และ 26 ทั้งๆที่แผลไม่ได้งอกเพิ่ม

ป.ล. ข้อมูลที่ได้รับไม่ผิดเพี้ยนหรอกครับ ดูคลิปและรูป วันละหลายรอบ จนภาพทุกแผลเข้าไปอยู่ในสมอง แต่ไม่มีฝันร้ายเลย ผมทราบดีว่า รูปวาดนั้นเป็นขาซ้าย ด้าน medial เพราะผมเป็นคนวาดเองทั้งหมด แผลเย็บอยู่ตรง popliteal ซึ่งขาข้างขวาไม่มีแผลเย็บ แต่จงใจเขียนเป็นขวาให้มันผิด (โรงน้ำจืดที่มิดเวย์พัง ซึ่งความจริงไม่ได้เสีย) เป็นข่าวลวงหวังว่า ผู้ช่วยทดลองกับศพ หรือคุณหมอผู้หญิงจะติดต่อมา แต่สิ่งที่ได้รับเกินคาดมาก

AF มหึมาจริงๆ ถ้ารู้ก่อนว่าใหญ่ขนาดนี้ ถอดใจไม่กล้าเข้ามายุ่ง แต่ตอนนี้ขี่หลังเสือแล้ว ยังไงก็ต้องเดินหน้าต่อ จะทิ้งเพื่อนร่วมทางได้ไง

Leave a Reply

Your email address will not be published.