หมอปลาไม่สนปู่แสง 100 ปี มั่นใจจับนมคือผิด อึ้งพระปล่อยหมาขู่ แถมโชว์ภาพ (คลิป)

หมอปลาไม่สนปู่แสง 100 ปี มั่นใจจับนมคือผิด อึ้งพระปล่อยหมาขู่ แถมโชว์ภาพ (คลิป)

จากกรณี นางสาวมุก (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ร้องเรียนไปยังหมอปลา มือปราบสัมภเวสี หลังถูกพระเกจิชื่อดังใน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร มีพฤติกรรมลวนลาม ใช้มือจับหน้าอกและลูบไล้ตามร่างกายของเธอและแม่ ขณะเดินทางไปทำบุญและกราบไหว้พระรูปดังกล่าวภายในวัด ซึ่งลูกศิษย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ อ้างว่าพระเกจิดังกล่าวทำเพราะท่านเมตตาเท่านั้น ไม่คิดเป็นอย่างอื่น

หมอปลา มือปราบสัมภเวสี บอกว่า ช่วงนี้เจอแต่เรื่องพีก เพราะเพิ่งจะเจอฉี่พระบิดามา ยังต้องมาเจอกับเรื่องพระกินฉี่อีก สังคมทุกวันนี้เป็นอะไรกันหมด ส่วนคิดว่าเป็นเรื่องที่บ้าบอคอแตกมาก ที่พระสงฆ์มีความเชื่อแปลกประหลาด เชื่อว่ากินฉี่หลวงปู่แสงจะรักษาโรคได้ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้

ซึ่งหลังจากที่ลงพื้นที่ไปต่างก็มีลูกศิษย์ของหลวงปู่แสงโพสต์เฟซบุ๊กในกลุ่มด่าหมอปลาว่าเป็นตัวทำลายพระพุทธศาสนา จึงอยากถามกลับว่า ตนเองไปทำลายตรงไหน เพราะหมอปลาก็นับถือศาสนาพุทธ แต่เป็นพวกที่หากินกับผ้าเหลืองมากกว่าที่เป็นตัวทำลายพระพุทธศาสนา ส่วนตัวอยากให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระรูปนี้ ซึ่งอ้างว่าป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ตนเองก็อยากจะรู้ว่าถ้าป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์จริง ทำไมถึงรู้ว่าถ้าจะจับหน้าอกผู้หญิงต้องจับตรงไหน เท่าที่รู้มาพระรูปนี้ย้ายประจำสำนักมาหลายที่แล้ว ส่วนอุจจาระ ปัสสาวะ และเลือดของหลวงปู่แสง ที่ลูกศิษย์เชื่อว่าจะแปรเป็นพระธาตุ ตนเองมองว่าเป็นเรื่องที่เหลวไหล

เมื่อนักข่าวถามว่าทำไมช่วงนี้หมอปลาผอมลง หมอปลาบอกว่าเป็นเพราะเจอทั้งฉี่พระบิดาที่ จ.ชัยภูมิ หนีมา จ.ยโสธร วยังมาเจอพระกินฉี่ในวันนี้อีก ทำให้กินข้าวไม่ลงมา 4 วันแล้ว ฝากขอโทษเจ้าของผลิตภัณฑ์ยาลดน้ำหนักว่าช่วงนี้อาจจะขายไม่ค่อยดี เพราะมีแต่ข่าวกินฉี่ จนทำให้คนดูกินข้าวไม่ลงตามไปด้วย

ภายหลังจากหมอปลาและทีมนักข่าวกำลังสอบถามหลวงปู่แสง และพระลูกวัดอยู่นั้น มีชายคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน เดินเข้ามาหากลางวงนักข่าว พร้อมกลับถามนักข่าวและหมอปลาว่า “ที่พวกคุณเข้ามานั้นขออนุญาตใคร ทำไมต้องบุกรุก จะมาจับโจรหรือจะมาจับอะไร ทำไมต้องบุกรุกเข้ามาในวัด และที่เข้ามานั้น ขออนุญาตใครแล้วหรือยัง ได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านไหม”

ซึ่งหมอปลา นักข่าว ได้สอบถามกลับไปว่า “แล้วคุณเป็นใคร” เจ้าตัวอ้างว่าเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งไม่พอใจที่หมอปลาบุกเข้ามาในวัด โดยไม่ได้บอกผู้ใหญ่บ้าน ด้านทนายไพศาลและนักข่าวจึงพยายามอธิบายว่า วันนี้ที่เดินทางมาได้ เพราะได้พานายอำเภอมาด้วย เพื่อขอเข้ามาภายในวัดอย่างถูกต้อง ไม่ได้บุกรุก ช่วงนั้นได้เกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อย

ช่วงค่ำที่ผ่านมา ผอ.สำนักพุทธศาสนาจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยพระครูปัญญาวรกิจจาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอป่าติ้ว ธรรมยุติ ได้เดินทางไปที่วัดป่าดงสว่างธรรม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จากการสอบถามพระลูกวัดบอกว่า หลังจากช่วงเที่ยงที่ผ่านมา หมอปลาได้เดินทางบุกมาที่วัด และกล่าวหาว่าหลวงปู่แสง มีพฤติกรรมชอบแตะเนื้อต้องตัวสีกา และมีคลิปหลักฐาน

โดยพระลูกวัดยอมรับว่าหลวงปู่แสงมีพฤติกรรมแบบนี้จริง แต่เกิดจากโรคอัลไซเมอร์ และหลวงปู่ป่วยสมองฝ่อ และขาดการกินยารักษาต่อเนื่อง ประกอบกับหลวงปู่แสงมีอายุมากแล้ว อาจจะทำไปโดยไม่รู้ตัว และที่ผ่านมาพระลูกวัดพยายามป้องกันด้วยการติดป้ายบอกเตือนกับประชาชนแล้ว แต่ก็ยังเกิดเรื่องจนได้ ซึ่งจากเท่าที่ทราบ ล่าสุดตอนนี้มีลูกศิษย์เดินทางมารับตัวหลวงปู่แสงไปพักรักษาตัวนอกพื้นที่แล้ว แต่ไม่ทราบว่าที่ไหน

ส่วนหลวงปู่แสง ทางสงฆ์จะดำเนินการลงโทษอย่างไรนั้น จากการตรวจสอบหลวงปู่แสงเป็นพระสงฆ์ที่ย้ายมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ชั่วคราว ตนเองไม่ใช่ต้นสังกัดจึงไม่มีอำนาจในการลงโทษหลวงปู่แสงได้ โดยจะต้องเป็นต้นสังกัด ซึ่งทราบว่าอยู่ที่ จ.มหาสารคาม จะต้องเป็นคนดำเนินการตรวจสอบ และลงโทษทางวินัยสงฆ์เอง เพราะต้นสังกัดหลวงปู่แสงอยู่ที่นั่น

ส่วนประเด็นที่วันนี้พระลูกวัดวัดป่าดงสว่างธรรม มีการดื่มปัสสาวะโชว์กับนักข่าว ซึ่งภาพที่ออกไปดูไม่เหมาะสม ตนเองมองว่าเป็นความเชื่อและความศรัทธาของตัวพระรูปเอง ที่อยากจะแสดงออกถึงความเชื่อและศรัทธาในตัวของหลวงปู่แสง ซึ่งอาจจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ หรือไม่ทันคิดให้ดูให้ดีรอบคอบ และมองว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ผิดที่พระดื่มปัสสาวะ แต่ภาพที่ออกไปอาจจะไม่เหมาะสมเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้มีความผิด เพราะเนื่องจากในอดีตตนเองก็ดื่มฉี่ตนเองเหมือนกัน เป็นเหมือนยาดอง

มีช่วงหนึ่งพระเลขาของหลวงปู่แสง ขอให้หมอปลาและทีมข่าวเดินทางออกไปจากวัด บอกว่า หลวงปู่ต้องการจะนอนหลับพักผ่อน เพราะหมอปลาและนักข่าวมารบกวนหลวงปู่มากเกินไปแล้ว แต่ทางหมอปลาและนักข่าวก็ยังคงปักหลักกันอยู่ในวัด

กระทั่งพระลูกวัดรูปหนึ่ง ได้เดินจูงหมาพันธ์พิตบูล จำนวน 3 ตัว ปล่อยออกมาจากกรงและจ้องมอง ก่อนที่หมอปลาและทีมเริ่มทยอยเดินทางออกจากวัด เนื่องจากกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยต่อชีวิต

นอกจากนี้ มีโพสต์เฟซบุ๊กของหลวงปู่แสง ที่โพสต์ระบุว่าตัวเองเคยเป็นกษัตริย์มาก่อนในอดีตด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบคาดว่าน่าจะเป็นแอดมินหรือลูกศิษย์ของท่านเป็นผู้โพสต์ เนื่องจากท่านชราภาพมากแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published.