แม่หิ้วศพลูกกลับบ้านมากอด งงตัวอุ่นเสกไข่วางทั่วร่าง ก่อนช็อกเจอของไหลออกจมูก (คลิป)

 

แม่หิ้วศพลูกกลับบ้านมากอด งงตัวอุ่นเสกไข่วางทั่วร่าง ก่อนช็อกเจอของไหลออกจมูก (คลิป)

สืบเนื่องจากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุเด็กนอนเสียชีวิตภายในหมู่บ้านสะแกซำ ต.สะแกซำ อ.เมืองบุรีรัมย์ โดยภายหลังที่ทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบ ด.ช.เมธิวัฒน์ หรือ แมทธิว อายุ 1 ขวบ 9 เดือน ลูกครึ่งไทย-สโลวาเกีย นอนตัวแข็งไม่หายใจ ในสภาพทั้งปากและร่างกายคล้ำอยู่บนที่นอน

แพทย์ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไม่มีสัญญาณชีพ และคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วตั้งแต่เวลา 01.00 น. เบื้องต้นทางญาติคาดว่าอาจจะถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย หลังพบจุดดำที่ข้อมือข้างซ้าย ทีมแพทย์ชันสูตรเบื้องต้นพบว่าน้องเองเสียชีวิต จากการขขาดอากาศหายใจ แต่เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง แพทย์ก็แนะนำให้นำร่างของน้องส่งผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาล

หลังที่ทางแพทย์ได้มีการชันสูตรเบื้องต้นแล้วเสร็จ พบว่าเนื้อตัวเด็กกลับอ่อนลงเหมือนยังมีชีวิต ส่วนปากและตามตัวก็คล้ำน้อยลง ทั้งแม่และญาติต่างดีใจคิดว่าน้องอาจจะฟื้น จึงพยายามเป่าปากผายปอด อุ้มร่างน้องเขย่า และมีการนำธูปเทียน เหล้าขาว และดอกไม้มาทำพิธีเซ่นไหว้ผีบ้านผีเรือน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของผู้เฒ่าผู้แก่ ขอให้น้องฟื้นกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง เหมือนกับยายทวดที่เคยตายแล้วฟื้นมาแล้ว

เนื่องจากเมื่อหลายปีก่อนก็เคยมีเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจ คือยายทวดของเด็กชาย ตัวแข็งไม่หายใจแบบนี้เหมือนกัน ญาติก็พาส่งโรงพยาบาลนอนรักษาอยู่ 2 คืนหมอบอกเสียชีวิตแล้ว ญาติจึงพากลับมาบ้านเพื่อเตรียมจัดงานศพ แต่ยายทวดคนดังกล่าวกลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง จนสร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้าน หลังจากนั้นยายทวดก็มีชีวิตอยู่อีก 2 ปี ก็ล้มหัวฟาดพื้นเสียชีวิต ทำให้ญาติเชื่อว่าเด็กชายอาจจะตายแล้วฟื้นเหมือนกับยายทวดของน้องหรือไม่ จึงยังไม่นำร่างน้องไปผ่าพิสูจน์ เพราะต่างเชื่อยังจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

ล่าสุด วันที่ 8 มิ.ยบ. 65 ในช่วงค่ำ ทางทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของน้องแมทธิว บ้านสะแกซำ ตำบลสะแกซำ อำเภอเมือง จังฟวัดบุรีรัมย์ พบว่าบรรยากาศที่บ้าน ยังไม่ได้มีการจัดงานแต่อย่างใด มีแม่และครอบครัวของน้องแมทธิวนั่งรอกันที่ภายในบ้านกว่า 20 คน โดยจะมีทั้งแม่และครอบครัว ผู้เฒ่าที่นั่งอุ้มน้องอยู่ โดยมีทางยายของน้องอุ้ม พร้อมพยายามเขย่าเหมือนให้น้องตื่น ท่ามกลางสายตาของทางญาติๆ

โดยทีมข่าวเองได้มีโอกาสสัมผัสน้องพบว่าน้องเองยังตัวอุ่น ลักษณะสีผิวจะเป็นสีออกแดง ไม่ขาวซีด จะพบว่าเล็บมือ และเล็บเท้าสีออกคล้ำ รวมไปถึงปากก็มีลักษณะสีคล้ำเช่นกัน ทางญาติได้มีการผู้ข้อมือด้วยเส้นด้ายสีขาว ทั้ง 2 ข้างรวมไปถึงข้อเท้าด้วย

น.ส.อริสา การเพียร อายุ 24 ปี แม่ของน้องแมทธิว เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อคืนเองตนกับลูกก็เข้านอนตามปกติ ตนและลูกเผลอหลับไปในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. หลังจากนั้นต่อมาในช่วงเวลาประมาณตี 3 ตนเองก็สะดุ้งตื่น พร้อมหันไปดูลูกลายที่นอนอยู่ตำแหน่งเดิม ลักษณะท่านอนหงายเหมือนเดิม แต่พอจะไปกอดลูก กลับพบว่าตัวน้องมีความผิดปกติ ตัวเย็นและแข็ง ตลอดจนตรวจสอบการหายใจกลับพบว่าน้องเองไม่ได้หายใจแล้ว เลยรีบอุ้มลูกออกมาด้านนอก พร้อมตะโกนให้แม่ช่วยเหลือ หลังจากนั้นก็ได้ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเข้าหน้าที่ของโรงพยาบาลให้มาตรวจสอบในช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ของอีกวัน หลังทางโรงพยาบาลตรวจสอบ และมีการวินิจฉัยเบื้องต้นบอกว่าน้องเองขาดอากาศหายใจ จึงตัดสินใจว่าจะส่งร่างน้องไปชันสูตรอีกครั้ง

แต่เวลาประมาณ 06.30 น. น้องเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ตัวน้องเริ่มอ่อนลง และอุ่นขึ้น จากที่แข็งและเย็น รวมไปถึงรอยคล้ำที่ปาก เล็บ และเท้ากลับจางลง ทางญาติเลยลงความเห็นว่าน้องเองยังไม่ตาย อาจจะเป็ยเรื่องของดวงวิญญาณที่ออกจากร่าง เลยตัดสินใจไปหาหมอดูประจำหมู่บ้าน บอกว่าวิญญาณน้องออกจากร่าง แต่ยังไม่ตาย เลยให้ทำพิธีตามความเชื่อ พร้อมไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ให้รอจนกว่าวิญญาณน้องจะเข้าร่าง คล้ายกับเหตุการณ์ที่ทางญาติเคยเจอมาเมื่อ 20 ปีก่อน ที่เกิดขึ้นกับทางนางสองเมือง ครุฑรัมย์ เป็นพี่สาวของยาย ที่ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายว่าเสียชีวิต จนหมอเองก็วินิจฉัยว่าเขาตายแล้ว กระทั่งญาติเตรียมจะนำมาประกอบพิธี แต่ปรากฏว่าท่านเองฟื้นคืนมาและยังมีชีวิตอยู่จนถึง 2 ปีถึงจะเสียชีวิต เลยคิดว่าน้องเองคงเหมือนกับทางคุณยาย จึงตัดสินใจรอ

ทั้งนี้ ตนเองจะรอจนกระทั่งครบ 1 วัน ตรงกับเวลาที่คากว่าน้องจะเสีย นั้นคือตี 3 ของเช้าพรุ่งนี้ 9 มิ.ย. 65 หากย้องยังไม่ฟื้นกลับมา ทางครอบครัวก็จะจัดพิธีตามหลักศาสนาตามเดิม พร้อมส่งร่างน้องส่งไปชันสูตรตามขั้นตอนตามปกติ ส่วนตัวเสียใจพูดอะไรไม่ออก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันว่าตนเองไม่ได้นอนทับลูก ตามที่ข่าวออกไปก่อนหน้านี้ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำแบบนั้น อีกทั้งทางสามีของตนหรือพ่อของน้องเตรียมจะบินกลับมาดูหน้าลูกครั้งแรกจากสาธารณรัฐสโลวัก ในวันที่ 14 มิ.ย. แต่ก็ไม่ทัน ตอนนี้ทางพ่อของน้องเองก็ทำใจไม่ได้ ทั้งที่ตนมาคลอดลูก เขาเองยังไม่เคยได้เจอหน้าลูกเลย

ต่อมาในเวลา 20.00 น. ทางครอบครัวได้มีการเตรียมพิธี “เรียกดวงวิญญาณ” โดยจะมีอุปกรณ์เป็นธูป 199 ดอก พร้อมไข่ไก่ดิบ จำนวน 9 ฟอง โดยจะมีการท่องคาถาตามความเชื่อ ก่อนที่จะจุดธูป และนำไข่ไก่มาวางตามร่างกายของน้อง ตามจุดต่าง ๆ ประกอบด้วย ที่คางลำคอ 2 แขนทั้ง 2 ขาทั้ง 2 หน้าท้อง 2 ระหว่างขา 1 ก่อนจะมีการเรียกชื่อน้อง

นางสุภาพ ครุฑดำ อายุ 56 ปี ยายของน้องแมทธิว เล่าว่า สำหรับความเชื่อเรื่องดังกล่าวนั้นไม่ได้เป็นความเชื่อของคนในหมู่บ้าน หรือ ความเชื่อของตระกูลแต่อย่างใด แต่เป็นความเชื่อหลังจากที่ในอดีตนั้นทางครอบครัวเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้กับทางยายสองเมือง ซึ่งเป็นญาติของน้องเองเมื่อ 20 ปีก่อน สาเหตุที่น้องหยุดหายใจนั้นอาจมาจากที่วิญญาณผีตายโหงเอาวิญญาณน้องไปเล่น โดยทางหมอดูบอกว่าน้องยังไม่ตาย วิญญาณจะเข้าร่างในช่วงประมาณตี 3 ตามเวลาที่วิญญาณออกจากร่างน้องไป โดยที่ทางญาติเองได้ทำพิธีในช่วงเช้า นำเนื้อไก่สดพร้อมเลือดไก่สด คลุกเคล้าก่อนจะโยนที่หน้าบ้าน พร้อมบอกให้ผีตายโหงเอาไปกิน และให้ปล่อยดวงวิญญาณน้องกลับมา รวมไปถึงได้มีการจัดหมากพลูไหว้เจ้าที่พร้อมถวายเหล้า เป็นการเสร็จพิธี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนพิธีการหลังจากนี้ก็ไม่ได้มีอะไร เป็นการนั่งเฝ้ารอน้อง ในใจเชื่อว่าน้องเองจะกลับมาแน่นอน ตามที่เคยเกิดกับทางยายสองเมืองเมื่อ 20 ปีก่อน ทั้งนี้เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากเรื่องของอะไร ในส่วนนี้ทางครอบครัวไม่ทราบ แต่ที่ผ่านมาทางครอบครัวเองไม่เคยได้ทำบุญเจ้าที่เข้าทาง หรือเจ้าบ้าน แต่ก็ไม่ทราบว่าจะใช่หรือไม่ รวมไปถึงก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์ผิดปกติเวลามีงานใหญ่ ๆ ที่บ้านเองหุงข้าวแต่ด้านบนสุก ด้านล่างดิบยังเปียกเป็นเม็ดข้าวสารอยู่ ซึ่งทั้งหมดก็ต้องรอลุ้นว่าตี 3 น้องจะฟื้นมาหรือไม่

ล่าสุด เมื่อเวลา 21.20 น. ทางญาติได้ปรึกษากันหลังจากสภาพน่างกายของน้องท้องเริ่มป่อง มีน้ำเหลืองไหลออกทางช่องจมูก ตัดสินใจประสานทางโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพเดินทางมารับร่างน้องแมทธิว เบื้องต้นครอบครัวเองตั้งใจว่าจะเก็บร่างไว้ก่อน เยื่องจากต้องรอพ่อของน้องกลับมาจากประเทศสโลวาเกีย ในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ก่อนจะนำร่างของน้องออกมาประกอบพิธีทางศาสนา ฌาปนกิจศต่อไป

VDO

About KHEM

เรื่องเล่าข่าวข้น

View all posts by KHEM →

Leave a Reply

Your email address will not be published.